14ม.ค./22

คอตโต้เปิดโมเดลพื้นที่ความสุข เจาะลึกไลฟ์สไตล์ แนวใหม่ผู้บริโภค ปี 2022

คอตโต้ ตอกย้ำผู้นำเทรนด์ กระเบื้องชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เปิดโมเดลพื้นที่ความสุข  เจาะลึกไลฟ์สไตล์แบบนิวนอร์มัลกลุ่มผู้บริโภค ปี 2022  ผ่านการศึกษากลุ่มลูกค้าที่วิถีการใช้ชีวิตปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลกของปัจจุบัน ออกมาเป็นไอเดียห้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่สะท้อนให้เห็นความต้องการของผู้บริโภคแนวใหม่หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด 19  ที่ให้ความสำคัญต่อพื้นที่การใช้งานภายในที่พักอาศัย ที่มากกว่าคำว่า “บ้าน” ผนวกไปกับเทรนด์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตัวเองในแต่ละกลุ่ม ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น พร้อมเปิดฟังก์ชั่นพื้นที่ความสุขให้ลูกค้าร่วมค้นหาพื้นที่ที่ใช่  หรือ Dream Space ด้วยตัวเองผ่าน เว็บไซต์ https://www.cotto.com/fulfill-your-dream/choose/  เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ และเติมเต็มจินตนาการให้จับต้องได้เพิ่มขึ้น ทั้งจากการเลือกวัสดุ และดีไซน์ที่สนใจทำให้ได้เห็นความสวยงามจากแบบจริง และการประเมินราคาขั้นต้น ช่วยให้สามารถตัดสินใจ ได้ง่ายขึ้น  จึงมั่นใจว่า จะเป็นช่องทางการให้บริการที่ช่วยสร้างประสบการณ์ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เพิ่มมากขึ้น

นายสิทธิชัย  สุขกิจประเสริฐ Chief Marketing Officer  บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง แนวคิดการจัดพื้นที่ Dream Space เพื่อเป็นการต่อเติม หรือปรับปรุงพื้นที่พักอาศัยให้เป็นพื้นที่ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขให้แก่สมาชิกภายในบ้านว่า “ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เป็นไปอย่างฉับพลัน จากผลกระทบวิกฤตโควิด- 19  ที่ผ่านมา มีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบ หรือวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมโดยตรง โดยเฉพาะการพยายามสร้างพื้นที่ใหม่ในบ้านให้สามารถตอบสนองต่อวิถีการดำรงชีวิตใหม่ ที่ต้องการมากกว่า “บ้าน” ในความคุ้นเคยเดิม และที่เพิ่มเติม ก็มีความแตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์ ของสมาชิกภายในบ้านอีกด้วย

จากผลการสำรวจความต้องการของผู้บริโภคเพื่อนำมาวิเคราะห์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มลูกค้าที่ผ่านมา และนำเสนอแนวทางใหม่ ๆ ในการประยุกต์ใช้ เพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในบ้าน เป็นพื้นที่แห่งความสุข ด้วยการรังสรรค์นวัตกรรมที่ทันสมัย และใส่ใจต่อการมีส่วนเพิ่มคุณภาพชีวิต COTTO ในฐานะแบรนด์ชั้นนำของกระเบื้องปูพื้น และบุผนัง ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ Health & Clean อย่างกระเบื้องยับยั้งแบคทีเรีย (Hygienic Tiles หรือ HYG) ที่มีสาร Silver Nano ปล่อยประจุบวกเพื่อกำจัดเชื้อแบคเทีเรียได้มากกว่า 90%  กระเบื้องป้องกันการลื่นล้ม Anti-Slip(R11) หรือ กระเบื้องฟอกอากาศ (AIR ION) ดักจับฝุ่น PM2.5 ได้ถึง 89 % พร้อมเพิ่มมวลอากาศสดชื่น ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ไฟฟ้า พร้อมด้วยดีไซน์ต่าง ๆ ที่สวยงาม ในหลากหลายสไตล์     มานำเสนอผ่านแนวคิด DREAM SPACE หรือพื้นที่ความสุข ให้ลูกค้าได้เลือกพื้นที่ ที่ใช่ กับรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเอง โดยแบ่งเป็น

Health & Comfy ที่ให้ความสนใจต่อพื้นที่ ที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจปลอดภัยในทุกจังหวะของชีวิต เรียบง่าย แต่ครบคุณค่าโดยกลุ่มนี้ COTTO ได้นำเสนอพื้นที่แห่งสุขไว้ให้เลือกอีก 4 ไอเดีย ได้แก่ Minimalogy, Tropical Lounge, Casa Panacea และ Plant and Play

MOOD LIFTING  รูปแบบดีไซน์ที่มีสีสันเฉพาะตัวที่น่าสนใจ เพราะจะมีความชัดเจนในแบบที่ตัวเองชอบ และให้ความสำคัญต่อการจัดการที่พักอาศัยให้เป็นพื้นที่ ที่จะยกระดับ และถ่ายทอดความเป็นตัวของตัวเองทั้งรสนิยม ความชอบ กิจกรรม ความสนใจ  ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและภูมิใจหากจะมีใครมาร่วมนิยมด้วย  หรืออ้างอิงถึงชอบทำกิจกรรมนอกบ้านและส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานที่ชอบความอิสระเป็นส่วนใหญ่ โดย COTTO ยกตัวอย่างการจัดพื้นที่แห่งความสุขของคนกลุ่มนี้ไว้อีก 4 ไอเดีย คือ Casa de Palma, The Pieces of Sepia, Private Lodge และ Feast of Lives  Lazy Sunday, Camp & Cave, Clement Pearl และ One More Drink

CREATIVE LIVING   นับเป็นรูปแบบของดีไซน์ที่มีความหลากหลาย และสนใจที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้ใช่ เพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ ในแต่ละกิจกรรมมากที่สุด ให้ทุกพื้นที่สามารถออกแบบปรับเปลี่ยนได้และกำหนดทุกความลงตัวในตามเงื่อนไขการใช้ชีวิต COTTO นำเสนอไอเดียการดีไซน์พื้นที่ของคนกลุ่มนี้ไว้ 4 ไอเดีย ได้แก่  Lazy Sunday, Camp & Cave, Clement Pearl และ One More Drink

นายสิทธิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้  COTTO ยังได้เปิดฟังก์ชั่นใหม่ในการค้นหาพื้นที่ความสุขที่ใช่ เพียงคลิ๊กผ่านเว็บไซต์ https://www.cotto.com/fulfill-your-dream/choose/  เพื่อให้ลูกค้าได้ลองเติมเต็มแนวคิด จินตนาการที่สนใจ จากห้องน้ำตัวอย่าง ด้วยการเลือกแบบหรือไอเดียที่ชอบ แล้วเลือกปรับแต่งเปลี่ยนแปลงสินค้าต่างๆในห้องได้ ตามหมวดเหล่านี้ คือกระเบื้องบุผนัง กระเบื้องปูพื้น สุขภัณฑ์ และ ก๊อกน้ำ โดยในแต่ละประเภทสินค้าจะมีดีไซน์ให้เลือก 6 แบบ พร้อมข้อมูลสรุปรวมข้อมูลสินค้าที่เลือกสรุปราคาทั้งหมดไว้ให้ พร้อมทั้งรายละเอียดราคาจากสินค้าต่างๆ  อีกทั้งยังสามารถกดปุ่ม ‘PDF Export’ เพื่อดาวโหลดรูปห้องน้ำที่ออกแบบพร้อมทั้งรายละเอียดสินค้าทั้งหมดสำหรับปริ้นท์หรือ Save เก็บไว้ เพื่อนำไปปรึกษาทีม COTTO ได้ที่หน้าสาขา หรือกดปุ่ม ‘Contact Sale’ เพื่อ add line @cottolife สำหรับขอคำปรึกษาด้านการก่อสร้างจากแบบที่ได้ดีไซน์ไว้ก็ได้เช่นกัน  นอกจากนี้ยังสามารถกดปุ่ม ‘Share’ เพื่อแชร์ไอเดียห้องน้ำในฝันที่คุณได้ออกแบบไว้  ไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเองได้อีกด้วย” นายสิทธิชัย  กล่าวสรุป

นอกจากนี้ สำหรับใครที่สนใจ กระเบื้องคอตโต้ในดีไซน์ต่าง ๆ ให้สอดรับกับเทรนด์ที่ชอบในพื้นที่ ที่ใช่ และสอดรับกับวิถีชีวิตแบบนิวนอร์มัล ที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขอนามัยที่ดี ต่าง ๆ เพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษาได้ที่ https://www.cotto.com/  หรือ  https://www.facebook.com/cottoofficial/ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือติดตาม โปรโมชั่นพิเศษทุก ๆ วัน ได้ที่ https:/www.cottolife.com/  และLine Official Account : @COTTOlife >> http://bit.ly/2D5BeJd  หากต้องการสัมผัสพื้นผิว ความสวย สะอาด เพื่อความมั่นใจได้ที่ COTTO Life  ทั้ง 3 สาขา กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น

13ม.ค./22

เอสซีจี เซรามิกส์ ส่งแบรนด์ “SUSUNN” คว้ารางวัลดีเด่น ด้านพลังงานสร้างสรรค์ Thailand Energy Awards 2020-2021

แบรนด์ SUSUNN (ซูซัน) ผู้ให้บริการการบริหารจัดการพลังงาน ภายใต้ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลในงาน “Thailand Energy Awards 2020 – 2021” จากผลงาน “เทคโนโลยีการบริหารจัดการความร้อนเหลือทิ้งจากการผลิต เพื่อนำมาใช้กับระบบทำความเย็น แบบดูดซึม” โดยได้รับรางวัลดีเด่น ด้านพลังงานสร้างสรรค์ และโอกาสนี้ นายอภินันท์ เอ็มเอ็ม ตัวแทน บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) (ขวา) รับมอบรางวัลจาก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ซ้าย) ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา

สำหรับ ผลงานเทคโนโลยีการบริหารจัดการความร้อนเหลือทิ้งจากการผลิต เพื่อนำมาใช้กับระบบทำความเย็น แบบดูดซึม ได้นำแหล่งความร้อนเหลือทิ้งจากการผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง มาบริหารจัดการ โดยการนำมาเป็นแหล่งพลังงานเพื่อใช้ในการผลิตน้ำเย็น เพื่อนำไปใช้ในระบบปรับอากาศภายในโรงงานทดแทนแอร์แบบ Spilt type ซึ่งติดตั้งภายในอาคารสำนักงานโรงงานของบริษัทฯ โดยการผลิตน้ำเย็นนี้ ได้ดำเนินโครงการติดตั้งเครื่องทำความเย็นแบบดูดซึมขนาด 300 ตัน (1,055 kW) ส่งผลให้สามารถยกเลิกชุดคอนเดนซิ่งยูนิต และการใช้คอมเพรสเซอร์ได้ โดยผลการดำเนินโครงการ สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึง 1,396,700 kWh ต่อปี และยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 698 TonCO2 ต่อปีอีกด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับรางวัล Thailand Energy Award ในแต่ละประเภทมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรงงานควบคุมดีเด่น ทีมงานพลังงานดีเด่น ผู้รับผิดชอบพลังงานดีเด่น และ รางวัลผู้บริหารดีเด่น โดยในระดับ Asian Energy Award บริษัทฯ ได้รับรางวัลในด้าน Energy Management in large industry,  Special Submission และ Off Grid : Solar Rooftop & Floating เป็นต้น

นอกเหนือจากบริการ ด้านการบริหารจัดการพลังงานแล้ว บริษัทฯ ยังมีบริการด้านระบบผลิตพลังงานหมุนเวียน เช่น ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งการให้คำปรึกษา สำรวจหน้างาน ออกแบบและติดตั้ง โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ด้วยรางวัลและประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า SUSUNN จะส่งมอบบริการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ https://susunn.scgceramics.com และ FB page : susunnenergy หรือโทร 065-982-9040

09พ.ย./21

นิคมหนองแคภายใต้เอสซีจี เซรามิกส์ ขึ้นแท่นนิคมอุตฯเชิงนิเวศระดับ Eco-World Class

นิคมอุตสาหกรรมหนองแคภายใต้เอสซีจี เซรามิกส์ โชว์ศักยภาพ ขึ้นแท่นเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับ Eco-World Class ตอกย้ำความมุ่งมั่นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน


นิคมอุตสาหกรรมหนองแค ภายใต้บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพการพัฒนา สู่ความเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนด้วย การรับรองขึ้นเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับ Eco-World Class รางวัลระดับสูงสุดจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) และรางวัล นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 4.0 ด้าน Smart Energy พร้อมรับใบประกาศ “โรงงานสนับสนุนข้อมูลการดำเนินงานพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ”ในงาน “ECO Innovation Forum 2021” ที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าผลักดันนิคมฯ สู่ความเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอย่างต่อเนื่อง

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนบนพื้นฐานคือการสร้างความสมดุลของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ความสอดคล้องกับกฎหมาย และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ ภายใต้ภาวะการณ์ปัจจุบันและอนาคตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก

ในฐานะผู้พัฒนาและให้บริการระบบสาธารณูปโภค ให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จึงร่วมมือกับภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และชุมชนผลักดันให้เกิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและด้วยการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมโดยนำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นกรอบการดำเนินงาน รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานการจัดการด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้สำหรับการผลิตน้ำประปาและนำระบบ IOT มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและให้บริการระบบสาธารณูปโภคให้กับผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค โครงการด้าน Circular Economy ด้วยการนำเอาของเสียจากกระบวนการผลิตของบริษัทภายในนิคมอุตสาหกรรมกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอิฐตัวหนอน เพื่อนำกลับมาใช้ปรับปรุงภูมิทัศน์และบริจาคให้ชุมชนและหน่วยงานราชการ

นอกจากนี้ ในส่วนโครงการด้าน Eco Community โดยการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดเพื่อพัฒนาชุมชน การศึกษาหาความรู้ และจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการปลูกข้าวรักบ้านเกิด โดยการจัดทำแปลงนาสาธิตปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง แบบอินทรีย์ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนโดยรอบนิคมฯหนองแคปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง และปลูกข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภค เพื่อให้ชุมชนมีสุขภาพที่ดี และ เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนบ้านหนองสมัคร ต.โคกแย้ จ.สระบุรี เป็นต้น รวมถึงโครงการด้าน Eco School ณ โรงเรียนวัดหนองจอกใหญ่ ต.โคกแย้ จ.สระบุรี โดยส่งเสริมให้เกิดการกระบวนการเรียนรู้ในด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน เป็นต้น

ซึ่งทั้งหมดนี้ นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นและการร่วมกันส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมยกระดับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมหนองแคสู่นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ยั่งยืน

27ต.ค./21

เอสซีจี เซรามิกส์ แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 น้ำท่วม โควิด-19 ล็อกดาวน์เข้ม กระทบ ยอดขายกำไร

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด มหาชน (COTTO) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA) เปิดเผยถึงงบการเงินรวมก่อนสอบทาน ของ COTTO ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไร 162 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 และสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัด ส่งผลให้ปริมาณการขายกระเบื้องเซรามิกลดลง แต่สามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค 131 ล้านบาทด้วย

นายนำพล กล่าวว่า “เมื่อมองย้อนไปปีก่อนมีการคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่ต้นไตรมาส แต่ในปีนี้สถานการณ์กลับกัน คือ มีการประกาศบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ขั้นสูงสุดจากการกลับมาระบาดของโควิดระลอกที่ 3 ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้มีผลกระทบโดยตรงกับยอดขายในกลุ่มงานโครงการแต่ยังทรงตัวในส่วนของช่องทางโมเดิร์นเทรดและคลังเซรามิค สำหรับยอดขายต่างประเทศลดลงในส่วนของพม่า กัมพูชาและลาว ตามสถานการณ์โควิด-19   ในขณะที่ยอดขายตลาดต่างประเทศในโซนอื่น ๆ เริ่มทยอยฟื้นตัวขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงมากเป็นผลดีกับการส่งออก ด้านเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่าจะเริ่มมีแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่าย การลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐแต่ช่วยพยุงกำลังซื้อได้เพียงบางส่วน เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวด ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายจังหวัดช่วงปลายไตรมาสที่ผ่านมา”

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นายนำพล คาดว่า สถานการณ์จะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ โดยหลังจากน้ำลดแล้วผู้บริโภคน่าจะมีความต้องการซื้อสินค้าเพื่อซ่อมแซมและตกแต่งบ้านมากขึ้น สอดคล้องไปกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทางภาครัฐ

“คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่ทยอยออกมาในช่วงปลายปี จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 จนถึงต้นปีหน้าให้ฟื้นขึ้น แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตามองในขณะนี้ คือ เรื่องสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ทั้งทางด้านพลังงานและด้านโลจิสติกส์ คาดว่าจะมีผลกระทบต่อไปอีกระยะหนึ่ง และเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องเตรียมรับมือ” นายนำพล กล่าว

________________________________________
บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO

ก่อตั้งเมื่อเดือน สิงหาคม 2561 จากการควบ 5 บริษัทย่อยภายในเครือ SCG (The Siam Cement Group) ได้แก่ (1) บริษัทเซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด (“TCC”) (2) บริษัทเดอะ สยาม เซรามิค กรุ๊ป อินดัสทรี่ส์ จำกัด (“SGI”) (3) บริษัทโสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด (“SSG”) (4) บริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด (มหาชน) และ (5) บริษัทเจมาโก จำกัด (“GMG”) ส่งผลให้เอสซีจี เซรามิกส์ กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้นและบุผนังของประเทศ โดยมีฐานการผลิต ทั้งหมด 4 แห่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี มีกำลังการผลิตกระเบื้องสูงสุดรวมกันถึงปีละ 94 ล้านตารางเมตร ภายใต้ 3 แบรนด์หลัก คือ แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA)

นอกจากนี้ ภายใต้ แบรนด์ “SUSUNN” บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดจำหน่ายและติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดหลากหลายประเภท โดยเฉพาะระบบโซล่าเซลล์ รวมถึงธุรกิจให้บริการออกแบบและวางแผนระบบออโตเมชันและการบริหารจัดการในโรงงานตามแนวทางของอุตสาหกรรม 4.0 ตลอดจนวางระบบการจัดการนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศด้วย